นวัตกรรมใหม่ แว่นนาโนคริสตอล ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
สวทช. และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง นำนวัตกรรมนาโนคริสตอล ประยุกต์ผลิตแว่นนาโน

นวัตกรรมนาโนคริสตอล เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักวิจัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

ดร. ธีระชัย พรสินศิริรักษ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ภายใต้ สวทช. กล่าวว่า”แว่นนาโนคริสตอล เป็นบาย-โปรดักส์สำคัญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการทำวิจัยฟิล์มบางวัสดุนาโนเพื่อนำไปใช้ในงานนาโนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์โซลาร์เซลส์ ตัวตรวจวัดแสง (Photo Detector)และตัวเปล่งแสง (LED-Light Emitting Diode) เป็นต้น ทั้งนี้ได้ทำการยื่นขอจดสิทธิบัตรไปแล้วทั้งในประเทศไทยและในสหรัฐอเมริกา และยังทำการวิจัยพัฒนาต่อเพื่อให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม”
“นวัตกรรมนาโนคริสตอล สอดคล้องกับแผน Fast Forward ในอันที่จะเร่งเพิ่มสิทธิบัตรนวัตกรรมของ สวทช.” ดร. ธีระชัย กล่าว
ดร. ธีระชัย กล่าวต่อว่า เราทำโครงการวิจัยระยะยาว เพื่อสร้างพื้นฐานทางนาโนเทคโนโลยีให้กับประเทศ ในขณะเดียวกัน ก็มองหาหนทางในการนำเทคโนโลยีที่ค้นพบ มาก่อให้เกิดประโยชน์ และเห็นผลได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
รศ.ดร.จิติ หนูแก้ว ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยนวัตกรรมนาโนคริสตอล กล่าวว่า นาโนคริสตอล เกิดจากการนำผลึกของอินเดียมออกซิไนไตรด์ (Indium Oxynitride) ซึ่งเป็นสารประกอบออกซิเจน ไนโตรเจนของอินเดียมที่มีขนาดเล็กระดับนาโน เคลือบลงบนเลนส์แก้วหรือพลาสติกโดยใช้วิธีไอระเหย ซึ่งจะส่งผลให้เลนส์นั้นเกิดคุณสมบัติพิเศษคือ ความสามารถในการตัดแสงในช่วงความยาวคลื่นของแสงที่แตกต่างกัน ดังนั้น แว่นนาโนคริสตอล จึงทำหน้าที่เป็นฟิลเตอร์ ซึ่งสามารถตัดแสงสีน้ำเงิน เขียว และแดง รวมทั้งรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต หรือรังสียูวีทั้ง UV-A, UV-B และ UV-C ได้ อีกทั้งยังผลิตได้ง่ายด้วยวัตถุดิบในประเทศทั้งหมด
พันตำรวจโท สมชาย เฉลิมสุขสันต์ หัวหน้ากลุ่มตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะคดีข่มขืนหรือคดีฆาตกรรม เจ้าหน้าที่นิติ-วิทยาศาสตร์จะตรวจหาหลักฐานที่เป็นสารคัดหลั่ง หรืออื่นๆ โดยใช้แสงหลายความยาวคลื่นในย่านยูวี-วิซิเบิล ฉายลงในพื้นที่หรือวัตถุต้องสงสัยที่จะเกิดการเรืองแสงกับแสงยูวีในช่วงความยาวคลื่นที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ต้องใส่แว่นตาพิเศษ ซึ่งมี 3 สี คือ สีเหลือง สีส้ม และสีแดง ซึ่งแว่นแต่ละสีทำหน้าที่ตัดแสงในย่านความยาวคลื่นแสงที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นการเรืองแสงดังกล่าว ดังนั้นในการตรวจสอบแต่ละครั้งอาจต้องเสียเวลาไปกับการเปลี่ยนความยาวคลื่นของแสงที่ฉายลงบนพื้นที่หรือวัตถุ และเปลี่ยนแว่นตาที่ทำหน้าที่ตัดแสงแต่ละสี เพื่อให้เห็นการเรืองแสงหรือเห็นสิ่งที่ต้องการตรวจหาเมื่อมองผ่านแว่นตา
พันตำรวจโท สมชาย กล่าวต่อว่า “แว่นนาโนคริสตอล เป็นนวัตกรรมใหม่ ถือได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์อีกทางหนึ่ง โดยจะช่วยสนับสนุนภารกิจให้กับทีมนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสารคัดหลั่งที่คนร้ายทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ ได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนั้นทั้งคณะผู้คิดค้นและวัตถุดิบที่นำมาผลิต ก็อยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้หน่วยงาน บริษัทต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานราชการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้”
นอกเหนือจากการนำแว่นนาโนคริสตอล มาใช้ในงานตรวจสอบสารคัดหลั่งของเจ้าหน้าที่นิติ-วิทยาศาสตร์แล้ว แว่นนาโนคริสตอล ยังมีศักยภาพที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ เช่น ใช้ทำแว่นสำหรับแพทย์ที่ฉายรังสียูวีเพื่อการรักษาหรือเพื่อเสริมความงาม แพทย์ที่ใช้เลเซอร์ในการผ่าตัด หรือแว่นสำหรับป้องกันแสงและรังสีในการเชื่อมโลหะ และการใช้แว่นป้องกันแสงยูวีในการคัดแยกกุ้งกุลาดำ เป็นต้น
หลังจากการส่งมอบแว่นนาโนคริสตอล เพื่อทดสอบการใช้งานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ทางทีมวิจัยจะได้ส่งมอบแว่นนาโนคริสตอล เพื่อทดสอบภาคสนามในอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งนี้ คาดว่า การทดสอบภาคสนามจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2551

ที่มา : นิตยสาร Extreme Technology
http://www.se-ed.com/Technology/ViewContent.aspx?IDtopic=586
ประวัติ NBA
เอ็นบีเอ (NBA) ย่อมาจาก National Basketball Association ซึ่งเป็นชื่อของลีกบาสเกตบอลอาชีพในอเมริกาเหนือซึ่งรวมประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีนักกีฬาบาสเก็ตบอลชั้นนำของโลกเล่นอยู่ในเอ็นบีเอนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มาตรฐาน
ระดับการแข่งขันนั้นถือว่าอยู่ในระดับสูง สัญลักษณ์ประจำเอ็นบีเอทางด้านขวานั้น เป็นภาพเงาของ เจอร์รี่ เวสต์ ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการทั่วไป
ของทีมเลเกอร์ และเป็นผู้จัดการทั่วไปคนปัจจุบันของทีมเมมฟิส กริซลีส์
เอ็นบีเอ ก่อตั้งขึ้นที่นครนิวยอร์ก ในวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1946 ในชื่อ Basketball Association of America (BAA)
ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น National Basketball Association ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี ค.ศ. 1949 หลังจากการรวมตัวกับทีมจาก
National Basketball League (NBL)
เอ็นบีเอนั้นเป็นลีกกีฬาอาชีพแรก ที่มีโค้ชหลักเป็นคนผิวดำ ในปี ค.ศ. 1966, และก็ยังเป็นลีกแรก ที่มีผู้จัดการทั่วไปเป็นคนผิวดำ
ในปี ค.ศ. 1972 นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นลีกแรก ที่มีเจ้าของทีมเป็นคนผิวดำ ในปี ค.ศ. 2002
ในเอ็นบีเอมีผู้เล่นมีชื่อเสียงหลายคน เช่น จอร์จ มิคาน (George Mikan) ผู้เล่นร่างใหญ่ที่โดดเด่นคนแรก บอบ คอสี (Bob Cousy)
ผู้มีทักษะการครองบอล บิล รัสเซล (Bill Russell) ผู้ที่เก่งด้านการตั้งรับ วิลท์ แชมเบอร์เลน (Wilt Chamberlain) รวมถึง ออสการ์ รอเบิร์ตสัน
(Oscar Robertson) และ เจอร์รี เวสต์ (Jerry West) ผู้ที่เก่งในรอบด้าน คารีม อับดุล-จับบาร์ (Kareem Abdul-Jabbar)
และ บิล วอลตัน (Bill Walton) ผู้เล่นร่างยักษ์ในยุคหลัง จอห์น สต็อกตัน (John Stockton) ผู้ที่มีทักษะการคุมเกม
ตลอดจนผู้เล่นสามคนที่ทำให้เอ็นบีเอได้รับความนิยมจนถึงขีดสุด คือ ลาร์รี เบิร์ด (Larry Bird) แมจิก จอห์นสัน (Magic Johnson) และ ไมเคิล จอร์แดน
(Michael Jordan)
ลีกดับบลิวเอ็นบีเอ (Women’s National Basketball Association, WNBA) สำหรับบาสเกตบอลหญิงเริ่มเล่นในปี พ.ศ. 2540
ถึงแม้ว่าในฤดูกาลแรกจะไม่ค่อยมั่นคงนัก นักกีฬามีชื่อหลายคน เช่น เชอริล สวูปส์ (Sheryl Swoopes), ลิซา เลสลี (Lisa Leslie) และ ซู เบิร์ด (Sue Bird)
ช่วยเพิ่มความนิยมและระดับการแข่งขันของลีก ลีกบาสเกตบอลหญิงอื่น ๆ ล้มไปเนื่องจากความสำเร็จของดับบลิวเอ็นบีเอ
ประวัตินักกีฬาบาสเกตบอล Kobe Bryant
Kobe Bryant เป็นลูกชายของ โจ “เจลลี่บีน” ไบรอัน อดีตนักบาสเก็บอลของทีมฟิลาเดเฟีย 76ers และHouston Rockets รวมระยะเวลา 8 ปี โคบี้เกิดเมื่อ 23 สิงหาคม 1978 ขณะนี้มีอายุ 30 ปี เขามีพี่สาว 2 คน ตอนเป็นเด็กเขาใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลีกับพ่อ แม่และพี่สาว เป็นเวลา 8 ปี หลังจากจบจาก Lower-Merion(็High School) แล้ว ก็ได้เข้ามาเล่นใน NBA จากการดร๊าฟรอบแรกโดยทีม Charlotte แต่ Lakers ต้องการตัวเขามาร่วมทีม เขาจึงถูกแลกตัวกับ Vlade Divac มาอยู่กับทีม Lakers
ในการเล่นปีแรก(ฤดูกาล 1996-1997) เขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ลงแข่งในเกม โดยเขามีอายุเพียง 18 ปี 5 เดือนเท่านั้น ในช่วงการแข่งขัน All-Star Game เขาได้เข้าร่วมการแข่งขัน Rookie Game ซึ่งเขาทำแต้มได้ 31 แต้ม และก็ได้เข้าร่วมแข่งขัน Nestle Crunch Slam Dunk ซึ่งเขาสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้ และรางวัลนี้ยังทำให้เขาเป็นผู้เล่นของ Lakers คนแรกที่ได้รางวัลนี้ ในปีต่อมา เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นในทีม All-Star ฝั่งตะวันตก ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัตศาสตร์ NBA ิที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ด้วยวัยเพียง 19 ปี และเขาก็ได้ทำแต้มสูงสุดให้กับทีมคือ 18แต้ม 6รีบาวน์ 2ขโมย
ในปีที่ 3 ของการเล่นเขาติดทีม All-NBA Third Team ในปีที่4 เขาก็ได้ติดทีม All-NBA Second Team, NBA All-Interview Second Team และ NBA All-Defensive Team ในปีนี้เขาก็ยังได้รับการโหวตให้ลงเล่นใน All-Star Game อีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน และเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่มือขวา ทำให้เขาพลาดการลงสนามไป 15 เกม แต่ในปีนี้เขาก็ได้แชมป์ NBA เป็นสมัยแรกด้วย และในฤดูกาลต่อมา(2000-2001 และ 2001-2002)เขาก็สามารถคว้าแชมป์ได้อีก ทำให้ทีมเลเกอรเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น ทำให้เลเกอร์เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนั้น ภายใต้การคุมทีมของฟิล แจ๊คสัน ผนึกกับผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมอย่าง Shaq, Kobe, Fisher และคนอื่นๆในทีม ในฤดูกาลต่อมา(2000-2001)เขาก็พลาดการลงสนามให้กับทีมอีก 14 เกม เนื่องจากอาการบาดเจ็บหลายๆอย่าง เช่นที่ข้อเท้า ที่นิ้วเท้า และการติดเชื้อโรค ในเกม All-Star 2002 โคบี้ได้รับคะแนนโหวตให้มาเล่นในเกม All-Star ด้วยคะแนน1,121,753 คะแนนเป็นคะแนนที่สูงเป็นอันดับที่ 3 ในการโหวต และเขายังได้รับการโวตให้เป็น the Most Valuable Player (MVP) ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ซึ่งเขาทำแต้มได้ 31แต้ม 5รีบาวน์ 5แอสซิส ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีทองของโคบี้ นอกจากจะได้รางวัล MVP All-Star Game แล้ว เขาก็ได้รับเลือกให้ติดทีม All-NBA First Team และ All-Defensive Second Team และก็ได้แชมป์อีกด้วย
ในช่วงแรกๆโคบี้ได้รับการวิจารณ์อย่างมากว่าเป็นนักบาสชายเดี่ยวมากเกินไป และเห็นแก่ตัว แต่ถึงอย่างไรด้วยความสามารถในการเล่นบาสอันยอดเยี่ยม ก็สามารถพาเขาขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้อย่างไม่ยากเย็น และเขาก็เริ่มลดความเป็นนักบาสชายเดี่ยวลง และทำแอสซิสให้กับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น จึงมำให้เขาได้รับความนิยมจากแฟนๆมากขึ้น และทำให้เขาได้รับการโหวตให้เล่น All-Star Game 6 ครั้ง
Short Sell คืออะไร
ในตอนนี้ผมจะขอพูดถึงการ “Short Sell” ในลักษณะต่างๆ อันจะนำมาซึ่งแนวคิด
ในการทำกำไรของท่านในเวลาที่ตลาดหุ้นหรือตัวหุ้นของท่านมีทิศทางเป็นขาลงครับการ “Short Sell” นั้นอยู่บนแนวคิดที่ว่าราคาของหุ้นหรือของสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังจะ
ตก เราจึงต้องการขายของสิ่งนั้นออกไปก่อนในราคาแพงๆเท่าที่เราจะขายได้ แล้วจึง
ค่อยกลับมาซื้อมันคืนในเวลาที่ราคาของมันตกมาแล้วในราคาถูกๆ สรุปง่ายๆก็คือการ
“ขายแพง ซื้อถูก” นั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างจากมุมมองที่พวกเราส่วนใหญ่คุ้นเคยที่เป็นการ
“ซื้อถูก ขายแพง” อันเป็นสัจธรรมแห่งการทำกำไรมาแต่ช้านาน
สำหรับการ Short Sell ในตลาดหุ้น(SET)นั้นผมขอแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ
· การยืมหุ้นคนอื่นมาขาย (Short sell stock) เนื่องจากมีกฎของตลาดหุ้นที่ว่า
เราไม่สามารถขายหุ้นได้ถ้าไม่มีหุ้นนั้นในมือ ดังนั้นถ้าเราเห็นโอกาสว่าราคาของหุ้น
ตัวใดตัวหนึ่งกำลังจะตก เราก็อาจไปยืมหุ้นของคนอื่นมาขายในตลาดก่อน พอราคา
ของมันตกลงไปแล้วค่อยไปซื้อมันคืนมาจากตลาดเพื่อนำไปคืนให้กับเจ้าของหุ้นที่เรา
ไปยืมเขามา โดยในปัจจุบันก็มีโบรกเกอร์หุ้นบางรายที่มีบริการให้ยืมหุ้นแก่ลูกค้าของ
ตัวเอง ซึ่งธุรกรรมประเภทนี้เขาจะเรียกว่าธุรกรรม “SBL” หรือ “Securities Borrowing
and Lending” โดยหุ้นที่โบรกเกอร์มีให้ยืมมักจะเป็นหุ้นที่อยู่ใน SET50 Index (เช่น
PTT, SCC, KBANK ฯลฯ) ซึ่งผู้ยืมหุ้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยืม (เช่น 6% ต่อ
ปี โดยคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันในระหว่างที่ทำการยืม) โดยระยะเวลาในการยืมนั้นอาจ
ทำการกำหนดระยะเวลาไว้อย่างแน่นอน(Term) หรือไม่กำหนดระยะเวลา(On Call) ก็
ได้แล้วแต่จะตกลงกันกับผู้ให้ยืมหุ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเราไปยืมหุ้นเขามาเราก็ต้องคืน
หุ้นให้กับเขานะครับ จะเบี้ยวว่ายืมแล้วก็อมซะเลย(แบบเวลาที่เรายืมเงินเพื่อน)
ไม่ได้นะครับ และเพื่อเป็นการป้องกันว่าผู้ยืมหุ้นจะบิดพลิ้วไม่ยอมคืนหุ้นที่ยืมแก่เจ้า
ของหุ้น โบรกเกอร์ก็จะให้ลูกค้าคนนั้นวางหลักประกันกับทางโบรกเกอร์ก่อนที่จะให้
ลูกค้าคนนั้นยืมหุ้นครับ
สำหรับท่านใดที่เป็นนักลงทุนระยะยาวๆและต้องการให้คนอื่นยืมหุ้นของตนก็
สามารถติดต่อโบรกเกอร์ที่มีบริการ SBL ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ให้ยืมหุ้นก็จะได้รับค่า
ธรรมเนียมการให้ยืมเป็นของตอบแทนครับ ถือเป็นการเพิ่มผลตอบแทนจากการลง
ทุนให้กับท่านในระหว่างที่ท่านทำการลงทุนระยะยาวๆครับ
· การขายหุ้นที่ตนมีอยู่ (Short against port) ในกรณีที่เรามีหุ้นอยู่ในมืออยู่แล้ว
และคิดว่าราคาของหุ้นตัวนั้นกำลังจะตก เราก็สามารถทำการขายหุ้นตัวนั้นของเราใน
ตลาดก่อน พอราคาของมันตกลงไปแล้วก็ค่อยไปซื้อมันคืนจากตลาดกลับเข้ามาในมือ
ใหม่ เช่น เรามีหุ้น PTT อยู่ในมือ 1,000 หุ้นแล้วคิดว่าราคาของมันกำลังจะตก เราจึง
ขายหุ้น PTT ออกไป 1,000 หุ้นที่ราคาตลาด 250 บาท ต่อจากนั้นปรากฏว่าราคาของ
หุ้น PTT ก็ตกจริงๆไปอยู่ที่ราคา 230 บาท เราจึงไปซื้อคืนจากตลาด ณ ราคาดังกล่าว
ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเราจะได้กำไร 20 บาท/หุ้น * 1,000 หุ้น = 20,000 บาทโดยที่เรามีหุ้น
PTT อยู่ในมือ 1,000 หุ้นครบถ้วนเหมือนเดิม
แน่นอนครับว่าการ Short Sell ก็ต้องมีความเสี่ยง ซึ่งความเสี่ยงก็คือถ้าเราทำการขายไป
แล้วแต่ราคาของหุ้นตัวนั้นกลับปรับตัวสูงขึ้นทำให้เราต้องกลับไปซื้อมันคืนในราคาที่แพง
ขึ้น หรือเรียกง่ายๆว่าเกิดอาการ “ขายหมู” นั่นเองครับ ซึ่งกรณีนี้จะทำให้เราขาดทุนได้
เช่น ขาย PTT ออกไป 1,000 หุ้นที่ราคา 250 บาทแต่ต้องไปซื้อคืนที่ราคา 260 บาท ทำให้
เราเสียเงินไป 10 บาท/หุ้น * 1,000 หุ้น = 10,000 บาทฟรีๆกับการมีจำนวนหุ้นในมือเท่าเดิม
สำหรับ “SET50 Index Futures” ในตลาดอนุพันธ์(TFEX)นั้นเราก็สามารถทำการ
Short Sell ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะถูกขายนั้นจะไม่ใช่ตัวหุ้นแต่จะเป็นการขายดัชนี
“SET50 Index” แทน ซึ่งถ้าเราคิดว่าตลาดหุ้นจะตก(ดัชนี SET50 Index จะตก) ราคาของ
SET50 Index Futures ก็จะตกตามดัชนี SET50 Index เราก็สามารถทำกำไรได้โดยการขาย
(Short) SET50 Index Futures ณ ราคาของ SET50 Index Futures ที่สูงๆในตอนนั้น แล้ว
ค่อยกลับมาซื้อ(Long)SET50 Index Futures คืนเพื่อเป็นการปิดสถานะ ณ ราคา
ของ SET50 Index Futures ที่ต่ำๆในเวลาต่อมา ซึ่งการขาย(Short) SET50 Index Futures
ในตลาดอนุพันธ์จะดีกว่าการ Short Sell หุ้นในตลาดหุ้นตรงที่เราสามารถขาย(Short)
SET50 Index Futures ได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของ SET50 Index อยู่ในมือ
และเราจะใช้วิธีการชำระส่วนต่างของกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นเงินสด(Cash
Settlement) แทนที่เราจะต้องไปหาซื้อหุ้นจากตลาดมาส่งมอบกันจริงๆ
ในการคำนวณกำไรขาดทุนของผู้ขาย(Short) SET50 Index Futures นั้นจะ = (ราคา
SET50 Index Futures ที่ขายไว้ในตอนแรก – ราคา SET50 Index Futures ที่ซื้อคืนเพื่อปิด
สถานะ) * ตัวคูณดัชนี * จำนวนสัญญา
ตัวอย่างเช่นถ้าเราขาย(Short) SET50 Index Futures 2 สัญญาที่ราคา 500 จุด แล้วกลับมา
ซื้อคืนเพื่อปิดสถานะที่ราคา 490 จุด เราจะได้กำไร = (500 – 490) * ตัวคูณดัชนี
(1,000 บาท) * เรามี 2 สัญญา = 20,000 บาท
“แล้วเราควรจะ Short Sell หุ้น หรือ Short SET50 Index Futures ดีล่ะ?” คำถามนี้
ตอบง่ายมากเลยครับว่า
· ถ้าคิดว่าหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะตกแน่ๆ เราก็ควรจะ Short Sell หุ้นตัวนั้น ถ้ามีหุ้น
ในมือก็ให้ Short against port ถ้าไม่มีหุ้นในมือก็ให้ไปยืมหุ้นคนอื่นมาขายผ่านธุรกรรม
SBL
· ถ้าคิดว่าตลาดหุ้นจะตก เราก็ควรจะขาย(Short) SET50 Index Futures เพื่อทำ
กำไร
· ถ้าคิดว่าหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะตกแต่เราไม่มีหุ้นตัวนั้นในมือและไม่มีใครให้เรายืม
หุ้นตัวนั้นมาขาย แต่หุ้นตัวนั้นน่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง แน่นอนครับว่าคำ
ตอบที่ถูกต้องที่จะช่วยท่านทำกำไรได้ก็คือการขาย(Short) SET50 Index Futures นั่นเอง
จะเห็นได้ว่าการขาย(Short) SET50 Index Futures นั้นสามารถทำได้ง่ายและใช้ได้
ในหลายกรณีเมื่อเทียบกับการ Short Sell หุ้นครับ
http://www.acls.co.th/th/home/knowhow_cms.aspx?nid=2388&Page_ModuleKey=knowhow
Class Hack Your Mind(18/12/2008)
วันนี้อีกเช่นเคยครับ อาจารย์ธงชัยเชิญวิทยากรมาบรรยายเรื่อง การสร้างความเข้าใจที่ดีด้วยการสื่อสาร โดยคุณ กฤษฎาพร ชุมสาย ณ อยุธยา มีประสบการณ์การทำงานที่บริษัท AIA มากว่า 20 ปี
โดยเริ่มต้นด้วยการบอกคำจัดความของ
- การสื่อสาร คือ การแลกเปลี่ยนความคิด หรือสิ่งต่างๆระหว่างผู้คน หรือบางสิ่งที่ถูกส่งออกไปและรับเข้ามา
- ความสัมพันธ์ หมายถึง คนมากกว่าสองคน หรือกลุ่มคนมีความรู้สึก และแสดงออกต่อกัน
เริ่มทำ work shop จับคู่กับเพื่อน
- การอยู่ตรงนั้น คือ พยายามรักษาสติให้ได้ว่าตัวเราที่นั้นจริงๆ รู้ตัวเสมอว่าอยู่ที่ใดทำอะไรอยู่ ฝึกโดยให้นั่งหลับตาหันหน้าเข้าหากันพยายามรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราอยู่ ณ ตรงนั้น โดยไม่เกร็งเกินไป และไม่ขยับตัวไปมา
- เผชิญหน้า จะแบ่งเป็นสองฝ่าย คือ coach และstudent โดยคนที่เป็น coach จะคอยเตือนstudent หากทำอะไรที่ดูไม่มีสมาธิกับ coach เป็นการฝึกการปรับบุคคลิกภาพอย่างนึง วิธีการคือstudentมองไปที่บริเวณใบหน้าของ coach
- การเผชิญหน้าพร้อมกับสิ่งรบกวนภายนอก ทำคล้ายกับข้อสอง แต่coach จะมีการพูดจารบกวน student เพื่อให้ student ไม่มีสมาธิหรือไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับcoach
- การสื่อสารด้วยการพูด ฝึกพูดโดยไม่ดังหรือเบาเกินไป
การตอบรับมีด้วยกัน 4 รูปแบบ
- ไม่มีการตอบรับ
- ปัดการสื่อสาร
- ตอบรับแบบไม่เหมาะสม
- ตอบรับแบบเหมาะสม
Mind Map works
ข้อ 1) เขียน mind map สรุปเนื้อหาวิชาที่ท่านกำลังเรียนมา 1 วิชา โดยทำในกระดาษ A4 หรือใหญ่กว่า สีขาวล้วน ไม่มีลวดลาย และใช้สีตั้งแต่ 3 สีขึ้นไป

ข้อ2) ใช้โปรแกรม Mind Manager (www.mindjet.com) สร้าง mind map Resume ของท่าน โดยทำอย่างสวยงาม

ข้อ3) ใช้โปรแกรม Mind Mapping ตัวอื่นใดก็ได้นอกเหนือจาก Mind Manager เขียนมายด์แมปเรื่องที่ตัวเองสนใจ

-
คลังเก็บ
- กุมภาพันธ์ 2009 (10)
- มกราคม 2009 (10)
- ธันวาคม 2008 (10)
- พฤศจิกายน 2008 (13)
- ตุลาคม 2008 (2)
- กันยายน 2008 (10)
- สิงหาคม 2008 (16)
- กรกฎาคม 2008 (10)
-
หมวดหมู่
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS