Short Sell คืออะไร
ในตอนนี้ผมจะขอพูดถึงการ “Short Sell” ในลักษณะต่างๆ อันจะนำมาซึ่งแนวคิด
ในการทำกำไรของท่านในเวลาที่ตลาดหุ้นหรือตัวหุ้นของท่านมีทิศทางเป็นขาลงครับการ “Short Sell” นั้นอยู่บนแนวคิดที่ว่าราคาของหุ้นหรือของสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังจะ
ตก เราจึงต้องการขายของสิ่งนั้นออกไปก่อนในราคาแพงๆเท่าที่เราจะขายได้ แล้วจึง
ค่อยกลับมาซื้อมันคืนในเวลาที่ราคาของมันตกมาแล้วในราคาถูกๆ สรุปง่ายๆก็คือการ
“ขายแพง ซื้อถูก” นั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างจากมุมมองที่พวกเราส่วนใหญ่คุ้นเคยที่เป็นการ
“ซื้อถูก ขายแพง” อันเป็นสัจธรรมแห่งการทำกำไรมาแต่ช้านาน
สำหรับการ Short Sell ในตลาดหุ้น(SET)นั้นผมขอแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ
· การยืมหุ้นคนอื่นมาขาย (Short sell stock) เนื่องจากมีกฎของตลาดหุ้นที่ว่า
เราไม่สามารถขายหุ้นได้ถ้าไม่มีหุ้นนั้นในมือ ดังนั้นถ้าเราเห็นโอกาสว่าราคาของหุ้น
ตัวใดตัวหนึ่งกำลังจะตก เราก็อาจไปยืมหุ้นของคนอื่นมาขายในตลาดก่อน พอราคา
ของมันตกลงไปแล้วค่อยไปซื้อมันคืนมาจากตลาดเพื่อนำไปคืนให้กับเจ้าของหุ้นที่เรา
ไปยืมเขามา โดยในปัจจุบันก็มีโบรกเกอร์หุ้นบางรายที่มีบริการให้ยืมหุ้นแก่ลูกค้าของ
ตัวเอง ซึ่งธุรกรรมประเภทนี้เขาจะเรียกว่าธุรกรรม “SBL” หรือ “Securities Borrowing
and Lending” โดยหุ้นที่โบรกเกอร์มีให้ยืมมักจะเป็นหุ้นที่อยู่ใน SET50 Index (เช่น
PTT, SCC, KBANK ฯลฯ) ซึ่งผู้ยืมหุ้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยืม (เช่น 6% ต่อ
ปี โดยคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันในระหว่างที่ทำการยืม) โดยระยะเวลาในการยืมนั้นอาจ
ทำการกำหนดระยะเวลาไว้อย่างแน่นอน(Term) หรือไม่กำหนดระยะเวลา(On Call) ก็
ได้แล้วแต่จะตกลงกันกับผู้ให้ยืมหุ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเราไปยืมหุ้นเขามาเราก็ต้องคืน
หุ้นให้กับเขานะครับ จะเบี้ยวว่ายืมแล้วก็อมซะเลย(แบบเวลาที่เรายืมเงินเพื่อน)
ไม่ได้นะครับ และเพื่อเป็นการป้องกันว่าผู้ยืมหุ้นจะบิดพลิ้วไม่ยอมคืนหุ้นที่ยืมแก่เจ้า
ของหุ้น โบรกเกอร์ก็จะให้ลูกค้าคนนั้นวางหลักประกันกับทางโบรกเกอร์ก่อนที่จะให้
ลูกค้าคนนั้นยืมหุ้นครับ
สำหรับท่านใดที่เป็นนักลงทุนระยะยาวๆและต้องการให้คนอื่นยืมหุ้นของตนก็
สามารถติดต่อโบรกเกอร์ที่มีบริการ SBL ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ให้ยืมหุ้นก็จะได้รับค่า
ธรรมเนียมการให้ยืมเป็นของตอบแทนครับ ถือเป็นการเพิ่มผลตอบแทนจากการลง
ทุนให้กับท่านในระหว่างที่ท่านทำการลงทุนระยะยาวๆครับ
· การขายหุ้นที่ตนมีอยู่ (Short against port) ในกรณีที่เรามีหุ้นอยู่ในมืออยู่แล้ว
และคิดว่าราคาของหุ้นตัวนั้นกำลังจะตก เราก็สามารถทำการขายหุ้นตัวนั้นของเราใน
ตลาดก่อน พอราคาของมันตกลงไปแล้วก็ค่อยไปซื้อมันคืนจากตลาดกลับเข้ามาในมือ
ใหม่ เช่น เรามีหุ้น PTT อยู่ในมือ 1,000 หุ้นแล้วคิดว่าราคาของมันกำลังจะตก เราจึง
ขายหุ้น PTT ออกไป 1,000 หุ้นที่ราคาตลาด 250 บาท ต่อจากนั้นปรากฏว่าราคาของ
หุ้น PTT ก็ตกจริงๆไปอยู่ที่ราคา 230 บาท เราจึงไปซื้อคืนจากตลาด ณ ราคาดังกล่าว
ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเราจะได้กำไร 20 บาท/หุ้น * 1,000 หุ้น = 20,000 บาทโดยที่เรามีหุ้น
PTT อยู่ในมือ 1,000 หุ้นครบถ้วนเหมือนเดิม
แน่นอนครับว่าการ Short Sell ก็ต้องมีความเสี่ยง ซึ่งความเสี่ยงก็คือถ้าเราทำการขายไป
แล้วแต่ราคาของหุ้นตัวนั้นกลับปรับตัวสูงขึ้นทำให้เราต้องกลับไปซื้อมันคืนในราคาที่แพง
ขึ้น หรือเรียกง่ายๆว่าเกิดอาการ “ขายหมู” นั่นเองครับ ซึ่งกรณีนี้จะทำให้เราขาดทุนได้
เช่น ขาย PTT ออกไป 1,000 หุ้นที่ราคา 250 บาทแต่ต้องไปซื้อคืนที่ราคา 260 บาท ทำให้
เราเสียเงินไป 10 บาท/หุ้น * 1,000 หุ้น = 10,000 บาทฟรีๆกับการมีจำนวนหุ้นในมือเท่าเดิม
สำหรับ “SET50 Index Futures” ในตลาดอนุพันธ์(TFEX)นั้นเราก็สามารถทำการ
Short Sell ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะถูกขายนั้นจะไม่ใช่ตัวหุ้นแต่จะเป็นการขายดัชนี
“SET50 Index” แทน ซึ่งถ้าเราคิดว่าตลาดหุ้นจะตก(ดัชนี SET50 Index จะตก) ราคาของ
SET50 Index Futures ก็จะตกตามดัชนี SET50 Index เราก็สามารถทำกำไรได้โดยการขาย
(Short) SET50 Index Futures ณ ราคาของ SET50 Index Futures ที่สูงๆในตอนนั้น แล้ว
ค่อยกลับมาซื้อ(Long)SET50 Index Futures คืนเพื่อเป็นการปิดสถานะ ณ ราคา
ของ SET50 Index Futures ที่ต่ำๆในเวลาต่อมา ซึ่งการขาย(Short) SET50 Index Futures
ในตลาดอนุพันธ์จะดีกว่าการ Short Sell หุ้นในตลาดหุ้นตรงที่เราสามารถขาย(Short)
SET50 Index Futures ได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของ SET50 Index อยู่ในมือ
และเราจะใช้วิธีการชำระส่วนต่างของกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นเงินสด(Cash
Settlement) แทนที่เราจะต้องไปหาซื้อหุ้นจากตลาดมาส่งมอบกันจริงๆ
ในการคำนวณกำไรขาดทุนของผู้ขาย(Short) SET50 Index Futures นั้นจะ = (ราคา
SET50 Index Futures ที่ขายไว้ในตอนแรก – ราคา SET50 Index Futures ที่ซื้อคืนเพื่อปิด
สถานะ) * ตัวคูณดัชนี * จำนวนสัญญา
ตัวอย่างเช่นถ้าเราขาย(Short) SET50 Index Futures 2 สัญญาที่ราคา 500 จุด แล้วกลับมา
ซื้อคืนเพื่อปิดสถานะที่ราคา 490 จุด เราจะได้กำไร = (500 – 490) * ตัวคูณดัชนี
(1,000 บาท) * เรามี 2 สัญญา = 20,000 บาท
“แล้วเราควรจะ Short Sell หุ้น หรือ Short SET50 Index Futures ดีล่ะ?” คำถามนี้
ตอบง่ายมากเลยครับว่า
· ถ้าคิดว่าหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะตกแน่ๆ เราก็ควรจะ Short Sell หุ้นตัวนั้น ถ้ามีหุ้น
ในมือก็ให้ Short against port ถ้าไม่มีหุ้นในมือก็ให้ไปยืมหุ้นคนอื่นมาขายผ่านธุรกรรม
SBL
· ถ้าคิดว่าตลาดหุ้นจะตก เราก็ควรจะขาย(Short) SET50 Index Futures เพื่อทำ
กำไร
· ถ้าคิดว่าหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะตกแต่เราไม่มีหุ้นตัวนั้นในมือและไม่มีใครให้เรายืม
หุ้นตัวนั้นมาขาย แต่หุ้นตัวนั้นน่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง แน่นอนครับว่าคำ
ตอบที่ถูกต้องที่จะช่วยท่านทำกำไรได้ก็คือการขาย(Short) SET50 Index Futures นั่นเอง
จะเห็นได้ว่าการขาย(Short) SET50 Index Futures นั้นสามารถทำได้ง่ายและใช้ได้
ในหลายกรณีเมื่อเทียบกับการ Short Sell หุ้นครับ
http://www.acls.co.th/th/home/knowhow_cms.aspx?nid=2388&Page_ModuleKey=knowhow
ยังไม่มีความเห็น
ใส่ความเห็น
-
คลังเก็บ
- กุมภาพันธ์ 2009 (10)
- มกราคม 2009 (10)
- ธันวาคม 2008 (10)
- พฤศจิกายน 2008 (13)
- ตุลาคม 2008 (2)
- กันยายน 2008 (10)
- สิงหาคม 2008 (16)
- กรกฎาคม 2008 (10)
-
หมวดหมู่
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS