Korntania’s Weblog

Just another WordPress.com weblog

Creativity Class 19 Sep 2551

วันนี้เป็นคลาสสุดท้ายของวิชา Creativity แล้วครับ รู้สึกเสียดายมากอยากจะเรียนวิชานี้ต่อจริงๆ ด้ไอเดียอะไรดีๆหลายอย่างจากวิชานี้ แต่ขอแบบไม่มีงานได้ไหมอ่ะครับ 555+

เริ่มเข้าเนื้อหาบทเรียนดีกว่า วันนี้ก็เริ่มด้วยการสอนให้รู้ว่า คนที่มีชื่อเสียงหรือเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ยังพูดอะไรที่ผิดออกมาได้ หรือทำอะไรที่หน้าแตกเกี่ยวกับวิชาสาขานั้นออกมาได้ แต่คนเหล่านั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในปัจจุบัน

อาจารย์ให้ดูตัวอย่างหนังเรื่อง Space Odyssey ที่แต่งโดย Arthur C. Clarke เป็นหนังเกี่ยวกับการส่งนักบินอวกาศไปยังดาวพฤหัสบดี ซึ่งนี้เป็นหนังแนววิทยาศาสตร์ที่ให้แนวคิดของเทคโนโลยีของปัจจุบันหลายเรื่องเช่น เรื่องการทำลิฟท์เพื่อให้นักบินอวกาศไปขึ้นยานอวกาศที่ชั้นนอกบรรยากาศโลก

ต่อไปอาจารย์พาออกนอกห้องไปทำกิจกรรม โดยให้จับกลุ่มสามคน ให้คนแรกไปหยิบรูปจากอาจารย์แล้วให้อธิบายรูปภาพให้คนที่สองฟัง โดยสามารถอธิบายเป็นคำพูดได้อย่างเดียวห้ามแสดงท่าทาง ส่วนคนที่ฟังก็ฟังได้อย่างเดียวห้ามถาม แล้วหลังจากนั้นก็บรรยายให้คนที่สามฟังต่อ ด้วยลักษณะเดียวกัน และให้คนที่สามวาดรูป ซึ่งไม่ต้องบอกผลลัพธ์เลยครับ วาดมาได้ไม่เหมือนเลยสักอัน 555+ เป็นสิ่งยืนยันให้เรารู้ว่าภาษาที่สื่อจากการพูดอย่างเดียวไม่สามารถบรรยายได้หมดทุกอย่าง

และปิดท้ายคลาสท่าสุดท้ายของ juggling “Shoot the moon”

กันยายน 19, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

การพบคนที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ ถึงจะเป็นความสุขที่แท้จริง

เพื่อนของผมเคยพูดเอาไว้ว่า(เห็นเพื่อนกำลังมีความรักเลยนึกขึ้นมาได้ว่าเคยได้ยินมา)

การที่พบคนที่ใช่ ในเวลาที่ผิด คือความเสียใจ

การพบคนที่ผิดในเวลาที่ใช่ คือรักที่ผิดพลาด

การพบคนที่ผิด ในเวลาที่ผิด คือโชคดี

การพบคนที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ คือความสุข

ความรักที่จะมีความสุขได้…นี่ยากจังเนอะ…

ต้องประกอบด้วยคนที่ตรงกับเรา และเวลาที่เอื้ออำนวย…

ถ้าปัจจัยข้อใดข้อหนึ่งขาดไป เราก็คงจะมีความสุขที่แท้จริงไม่ได้…

แม้จะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างรัก ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเวลายังเร็วเกินไป หรือช้าเกินไปให้คนสองคนได้อยู่ด้วยกันอยางมีความสุข…

ในเวลาที่ดีที่สุด…ถ้าพบคนที่ไม่ใช่…แม้ว่า ณ เวลานั้น ๆ จะมีความสุขแค่ไหน…แต่สุดท้ายแล้วคนสองคนก็ต้องพรากจาก…ไปเจอคนที่ “ใช่” อยู่ดี…

ความรักไม่มีรูปแบบ ไม่มีรูปร่าง…แต่ช่างเป็นสิ่งไร้ตัวตนที่สร้างความสุข…ความสดใส…สดชื่นให้กับชีวิต จนทำให้คนคนหนึ่งลืมความเจ็บช้ำทั้งปวงได้…

แต่สิ่งไร้ตัวตนนี้ ก็สามารถสร้างความทุกข์ ความทรมาน ความมืดมัว ความหม่นหมองให้กับชีวิต จนคนคนหนึ่งลืมความสุขทั้งปวงไปได้เหมือนกัน…

ใช้เวลาที่เหลืออยู่กับการรอคอย…รอคอยสิ่งที่ไม่มีวันจะหวนกลับมา…

แล้วคนบางคนที่มีความรักเช่นนี้…จะมีหัวใจไว้ให้รักอีกทำไมเล่า…

เมื่อมีหัวใจไป ก็ทำได้แต่เพียงรู้ตัวว่า”รัก” แต่หมดสิ้นหนทาง…ไม่สามารถจะทำอะไรต่อไปได้…ได้แต่รอคอยความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง…

กันยายน 17, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

สิ่งที่ถูกต้อง กับสิ่งที่ถูกใจ

สิ่งที่ถูกต้อง กับสิ่งที่ถูกใจ…

บางทีมันก็เป็นสิ่งเดียวกัน…

แต่ถ้า…มันเป็นคนละอย่างล่ะ…ถ้าสมมติว่าเส้นสิ่งที่ถูกต้องกับสิ่งที่ถูกใจ…มันขนานกันล่ะ…

เมื่อนั้น…ทางไหน…ถึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะ…

ทางไหน…ถึงจะทำให้คนเลือกไม่ต้องเสียใจในภายหลัง…

คนที่คว้าเส้นสิ่งที่ถูกต้องไว้…จะเสียใจไหมกับความทุกข์ทรมานทางจิตใจที่ได้รับ…จะเสียใจไหมที่จะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปตลอดกาล

คนที่คว้าเส้นสิ่งที่ถูกใจไว้…จะเสียใจไหมที่จะต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดชีวิต…แต่ต้องหันให้กับความรู้สึกภายในจิตใจของตนเอง…

คำตอบนั้นหลากหลาย…บางคนก็บอกว่า “มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

มันแย่…ที่เราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง…ให้เป็นไปอย่างที่เราต้องการได้…

ไม่สามารถผลักหรือวาดเส้นสองเส้นนี้ให้ทาบทับกันได้พอดี…

เราต้องตัดสินใจเลือก…

แล้วทางไหน…ถึงเป็นทางที่ควรเดิน…

กันยายน 14, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

Are you this type of student?

New school semester:
user posted image

At the first week:
user posted image

At the second week:
user posted image

Before the mid-term test:
user posted image

During the mid-term test:
user posted image

After the mid-term test:
user posted image

Before the final exam:
user posted image

Once know the final exam schedule:
user posted image

7 days before final exam:
user posted image

6 days before final exam:
user posted image

5 days before final exam:
user posted image

4 days before final exam:
user posted image

3 days before final exam:
user posted image

2 days before final exam:
user posted image

1 day before final exam:
user posted image

A night before final exam:
user posted image

1 hour before final exam:
user posted image

During the final exam:
user posted image

Once walk out from the exam hall:
user posted image

After the final exam, during the holiday:
user posted image 

เครียดมาเยอะละ เปลี่ยนอารมณ์บ้างละกันนะ

กันยายน 13, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

Creativity Class 12 Sep 2551

class เรียนวันนี้อาจารย์ธงชัย เชิญวิทยากรมาบรรยายประสบการณ์ทำงานให้ให้แนวความคิดใหม่ 3 ท่านด้วยกัน

คือ คุณศณพงษ์ ,คุณพลศักดิ์ และ คุณธนชัย

ท่านแรกที่พูดคือคุณธนชัย ท่านมีไอเดียมากมายเลยครับ แต่ที่วันนี้ออกมาพูดเน้นถึงการดึง อ็อกซิเจนออกจาก อาหารต่างเพื่อเก็บรักษาให้อยู่ได้นานคงทน พร้อมทั้งยังสามารถรักษาสารอาหารไว้อย่างครบถ้วน

ท่านต่อมาคุณศณพงษ์บรรยายถึงการคิดเชิงสร้างสรรค์ และ นวัตกรรม อีกทั้งต้องการให้นิสิตทั้งคำถามให้เขาตอบโดยต้องการให้เรารู้จักตั้งคำถามที่มีคุณภาพ

ท่านสุดท้ายคือ คุณพลศักดิ์ ออกมาบรรยายเน้นไปยังเรื่องการส่งออกยังไงให้ไม่โดนโกง มีกลโกงจำนวนมากมายเลยครับ ที่ท่านเล่าให้ฟัง ถ้าผมมีประสบการณ์การทำงานส่งออกมาบ้างจะได้ประโยชน์จากการบรรยายครั้งนี้อย่างมากเหมือนกับว่าสามารถเพิ่มประสบการณ์การทำงานได้ 10 ปี เลยทีเดียว

รู้สึกดีมากครับที่ class วิชาCreativity มีการเชิญวิทยากรมาบรรยายหรือบอกเล่าถึงประสบการณ์ให้ฟัง

กันยายน 12, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

การปล่อยวางสำคัญไฉน

ข้อความนี้ขอยกมาจากบล็อกของเพื่อนครับ ได้เข้าไปอ่านแล้วรู้สึกให้ขอคิดอะไรไว้หลายอย่าง

 

มักมีคนกล่าวว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

ฉันว่า…มันก็เป็นจริงอยู่ส่วนหนึ่ง…แต่คำพูดนี้ มันก็เป็นเท็จกับบางเรื่อง…

เพราะในโลกนี้…ยังมีอีกหลายสิ่ง ที่ความพยายามใช้ไม่ได้ผล…

โดยเฉพาะ ในเรื่องของความรู้สึก…

ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน…ด้านความรู้สึก ถ้าผู้ให้พยายามสุดชีวิตที่จะให้ โดยที่ผู้รับไม่ได้ต้องการหรือพยายามปิดกั้น…

ถึงตอนนั้น…ความพยายามของคนให้ จะกลับกลายเป็นเฃือกที่บีบรัดคนรับไว้แน่น…ไม่เพียงแต่ไม่สัมฤทธิ์ผลเท่านั้น แต่จะยิ่งทำให้คนรับรู้สึกอึดอัด อยากจะหนีเสียไปให้ไกล ๆ…

ความพยายามที่มากเกินไป มีแต่จะทำร้ายตัวเอง เป็นบ่อเกิดของความเสียใจ ความผิดหวัง…เพราะเรามักคิดว่า เมื่อมีความพยายาม ความสำเร็จจะต้องตามมาในภายหลัง…

ใช่…มันจริงกับบางเรื่อง…แต่มันก็ไม่จริงกับอีกหลาย ๆ เรื่องเช่นกัน…

เมื่อถึงเวลานี้แล้ว…เราคงทำได้แค่อย่างเดียว นั่นคือ การปล่อยวาง…

ในความคิดของฉัน “การปล่อยวาง” ไม่ได้ตรงข้ามกับ”ความพยายาม”…ไม่ได้เป็นคู่ตรงข้ามในลักษณะคำที่แฝงความหมายบวกกับคำที่แฝงความหมายลบ…

หลังจากที่ความพยายามไม่ได้ผล…บางครั้ง เราก็ต้องรู้จักปล่อยวาง…

…เพราะเรื่องทุกอย่างบนโลกใบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา…เราไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะไปลิขิตทุกอย่างให้เป็นดังที่ใจเราปรารถนา…

เราอาจจะใช้ความพยายามในตอนแรก แต่ถ้าความพยายามนั้นนำมาซึ่งผลเสียในภายหลัง…

เราก็ควรที่จะถอยออกมา มองภาพเบื้องหน้าให้กว้างและไกลขึ้น คิดถึงความรู้สึกของตนเองให้มาก…และ “ปล่อยวาง” เสีย…

เราไม่อาจพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่ใจเราต้องการได้…

แต่เราพยายาม “ปล่อยวาง” เพื่อรักษาจิตใจของเราให้ไม่ถูกทำร้ายได้…

ฉันเพิ่งได้เรียนรู้มาว่า…อุปสรรคของการปล่อยวาง ก็คือ การยึดติดกับความสุขที่เราเคยมี เคยเป็น เคยได้ เคยครอบครองในอดีต…

ก่อนจะจากกับเพื่อนคนนึง เค้าส่งข้อความมาหาฉันว่า

“ชีวิตคนเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ช่วยไม่ได้ เวลาที่ได้รู้จักกัน สนุกด้วยกันมันเป็นความสุขอยู่แล้วแน่นอน แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ถ้าหากเราให้ความสุขช่วงสั้น ๆ นี้นำความทุกข์มาให้ในเวลาที่เหลืออยู่ แบบนี้ก็คงไม่คุ้มกับการที่ได้รู้จักกันแล้วล่ะ”

ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าเราไม่ควรจะนำความสุขในอดีตมาเป็นบ่อเกิดของความทุกข์ใจในปัจจุบันและอนาคต…

ความสุขในอดีต เราควรจะเก็บมันเป็นความทรงจำดี ๆ ที่เราจะทนุถนอม ให้มันติดตรึงให้หัวใจเราไปตลอดชีวิตในรูปของความรู้สึกดี ๆ…ให้มันเป็นกำลังใจในชีวิตของเราในการที่จะก้าวไปข้างหน้า…

เราต้องอยู่กับปัจจุบัน…และคิดถึงอนาคต…

มีพี่คนนึงคอยเตือนฉันเสมอว่า “เมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราต้องไม่หันกลับไปมองอดีต และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจทำไปอยู่ร่ำไป…ถ้าเราไม่มองย้อนกลับไป อะไรที่เราตัดสินใจทำไปแล้ว…ให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกเสมอ”

ในเรื่องของการทำงาน ความพยายาม ความปล่อยวาง การตัดสินใจก็อาจจะมีหลักการของมัน…ที่แน่นอนตายตัว…

ไม่เหมือนกับการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ที่หลักการพวกนี้จะต้องยืดหยุ่นอยู่ตลอดเวลา…ถ้าคิดจะรักษาความรู้สึกดี ๆ ต่อกันไปได้นาน ๆ…

มีคนคนนึงบอกฉันว่า การรักษาสัมพันธภาพก็เหมือนกันเส้น ๆ หนึ่ง…มันอาจจะรักษาความเป็นเส้นตรงของมันมาได้เรื่อย ๆ…แต่พอถึง ณ จุดหนึ่ง…เส้น ๆ นี้อาจจะเหวี่ยงตัวออกนอกเส้นตรงไปบ้าง คดเคี้ยวบ้าง”

แต่เพื่อสัมพันธภาพ ความเป็นเพื่อน ความเป็นพี่น้อง ความรู้สึกดี ๆ ต่อกันในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิต…

เราก็ต้องรู้จักให้อภัย รู้จักการรักษาจิตใจตนเองไม่ให้ไปกระทบกับการเหวี่ยงของเส้น ๆ นี้มากเกินไป และที่สำคัญคือ การปล่อยวาง เพื่อให้เส้นที่ ณ ปัจจุบันเบนออกนอกเส้นทางกลับมาอยู่ในทิศทางที่มันควรจะเป็นเช่นเดิม…

ถ้าอะไรจะเกิด…สักวันมันก็ต้องเกิด…ไม่ว่าจะเร็ว หรือช้า…

สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราต้องปกป้องรักษา และทนุถนอม…ก็คือ จิตใจของเราเอง… 

กันยายน 11, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

สีน้ำ

เพื่อนคนหนึ่ง สอนผมให้วาดรูปสีน้ำ และบอกว่า สีที่ระบายยากที่สุด
คือสีขาว

เพราะการเขียนสีขาวนั้น ต้องรู้จักการใช้สีเพื่อเป็น background
เน้นให้สีขาวเด่นออกมา แต่ต้องระวัง ไม่ให้สีเน่า

ผมถามเขาว่า ถ้าสีเน่า ควรแก้ไขอย่างไร ทาทับหรือเขียนสีซ้ำ
เหมือนกับการใช้สีน้ำมัน หรือสีอะคริลิกได้ไหม

เขาตอบว่า ไม่ได้ หากสีเน่า หรือรูปเสีย มีอยู่วิธีเดียว คือต้องเขียนใหม่
ต้องมองดูรูป แล้วถามตัวเองว่า ทำไมจึงไม่สวย มองให้ออก
และเรียนรู้สิ่งที่พลาดไป

ฟังดูเหมือนการใช้ชีวิตของเรานั่นเอง หากเราผิดพลาดในเส้นทางที่เดิน
เราคงต้องให้เวลาตัวเองสักช่วงหนึ่ง เพื่อหยุดการก้าว
แล้วมองย้อนกลับไปในเส้นทางที่ผ่านมา เรียนรู้ข้อผิดพลาด แล้วบอกกับตัวเอง
ให้มีพลังเริ่มต้นใหม่

อย่าเพียงแค่คิดว่า การแต้มสีทับซ้ำ จะแก้ไขข้อเสียได้เสมอ

ถ้าชีวิต คือการก้าวเดินอยู่ใน เส้นทางสีน้ำ หากผิดพลาด จะปาดป้ายสีซ้ำ
เดินย่ำรอยเดิมคงไม่ได้ แต่เราเรียนรู้ จากความผิดพลาด และหาทางออกใหม่ๆ
ให้กับชีวิตได้เสมอ

ขอเพียงแต่ให้กล้าลงมือ กล้าก้าว และกล้าที่จะผิดพลาด

กันยายน 9, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

Trying to be happy everyday!

ไปอ่านเจอมาในบล็อกของเพื่อนอยากจะมาแบ่งปันเพื่อนๆกลุ่มตัวเองบ้าง

Today, I try…

the next day, I try…

the third day, I try…

the fourth day, I fail…

the fifth day, I try harder…

the sixth day, I fail…

the seventh day, I try…

the eighth day, I try… 

the nineth day, I keep trying…

the tenth day, I ‘m happy by not trying…

 

after 50 days, I know that I can be happy by myself…

 

After 100 days, I realize that Happiness can be generated by myself, and can be shared with the others!!

 

For, everybody who is trying to be happy…

keep trying…

sometimes it’s like you are pretending, it’s like you are wearing a mask to hide your real face from the world.

But you know? It’s better than sinking yourself down into the river of sadness.

although, sometimes, no one reaches out their hands,

no one opens up their heart to listen to you, to understand you…

still, you have to try to swim out of that river…

you have to try to get better!

because the one who can help you the best is you, yourself!

 

Life is shorter than you ever realize…

Don’t be a fool by wasting it, destroying it…with the vital weapon called “regret” 

Let’s make it worth…

 

Now, today, I am TRYING to be!

but I believe, somedays…not so far away,

I can be happy, and I can make the others around me happy with me, also…

กันยายน 6, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

Creativity Class 5 Sep 2551

วันนี้อาจารย์ให้ดูหนังชื่อเรื่อง Dead Poets Society เป็นหนังเก่ามากครับ ผมยังไม่เคยได้ดูมาก่อน

เป็นเรื่องของคุณครูใหม่ที่เข้ามาสอนในเรื่องชายล้วน ซึ่งโรงเรียนเข้มงวดในเรื่องระเบียบวินัย ประเพณี และเรื่องการเรียนอย่างมากครับ ครูใหม่นี้ ชื่อ คีตติ้งครับ ครูคีตติ้งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนสอนด้วยวิธีการแปลกใหม่เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักตัวตนของตัวเองมากยิ่ง และพยายามทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง โดยการสอนของครูคีตติ้งจะเน้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในคลาสเรียน และทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ประเด็นของเรื่องอยู่ตรงที่ว่ามีศิษย์ของครูคีตติ้งอยากจะทำในสิ่งที่ตนต้องการทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เคารพและเชื่อฟังสิ่งที่พ่อและแม่สั่งให้ทำเสมอ และได้ขัดคำสั่งของผู้ปกครอง ทำเกิดปัญหาขึ้นมาระหว่าง การทำตามฝันของตัวเอง กับ เชื่อฟังพ่อแม่เป็นสิ่งที่ถูก ถึงจุดนี้เองเป็นจุดที่ทำให้ศิษย์ของครูคีตติ้งคนนี้ถูกบีบคั้นอย่างมากจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย จึงทำให้ผู้ปกครองต้องการหาว่าใครเป็นคนทำให้ลูกเขาต้องกลายมาเป็นแบบนี้ จึงกลายเป็นว่าเรื่องไปถึงว่าที่นักเรียนเปลี่ยนไปเพราะครูคีตติ้งปลูกฝ้งไว้ จึงกลายเป็นว่าครูคีตติ้งต้องถูกบีบให้ลาออกจากโรงเรียน แต่มีนักเรียนบ้างส่วนก็ประท้วงว่ามันไม่ใช่ความผิดของครู ครูทำไปเพื่อให้นักเรียนได้รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น

ปล. อยากให้ได้ดูเองมากๆเลยครับ ผมบรรยายเรื่องไม่เก่งคือเรื่องมันพล็อตมาได้ดีมากครับ

กันยายน 5, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet

ความทุกข์ของเม่น

ใครเคยดูภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง”อีวาเกเลี่ยน”บ้าง…

มีตอนนึง ที่เค้าพูดถึงตัวเอกที่แสดงความรู้สึกไม่เก่ง โดยการนำไปเปรียบเทียบกับเม่น…

ความรู้สึกของอิคาริ ชินจิ ก็เหมือนกับความทุกข์ของเม่น…

แม้ว่าเม่นจะรู้สึกดีและอยากอยู่ใกล้ใคร คนผู้นั้นก็ต้องโดนหนามของเม่นตัวนั้นทิ่มแทง…แม้จะไม่เจตนาก็ตาม…

ความจริง…ความทุกข์ของเม่นข้อนี้อาจจะตรงกับชีวิตจริงของใครหลาย ๆ คน…

ถึงแม้ว่าจะมีความรู้สึกดี ๆ กับใครเต็มเปี่ยมอยู่ในใจ…มีความปรารถนาดี…ความจริงใจ…ความเชื่อใจให้…

แต่ไม่ว่ายังไง…ยิ่งอยากอยู่ใกล้ใคร…หนามบนลำตัวก็จะทิ่มแทงคนรอบข้าง…ให้เจ็บช้ำ…เจ็บปวดอยู่ร่ำไป…

ยิ่งใกล้ชิดใคร…ก็ยิ่งทวีความเจ็บปวดให้คนนั้น…

…แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม…

และสุดท้าย…มันก็คงมีทางเลือกอยู่สองทาง…

ก็คือ…หนึ่ง…อยู่ตัวเดียวโดดเดี่ยวตามลำพัง…ตัวเองเหงาและเจ็บปวด…แต่ถนอมจิตใจของคนอื่น…

หรือสอง…ยืนยันที่จะอยู่ในสังคมเดิม…และทำให้คนรอบข้างเจ็บปวดต่อไปไม่จบไม่สิ้น…

ในมุมมองของเม่นตัวนั้น…ทางเลือกที่หนึ่งดูเหมือนจะเจ็บปวดมากกว่า…ที่จะต้องอยู่ตัวเดียวตามลำพัง

แต่ความเจ็บปวดของตนเอง…ก็อาจจะทรมานน้อยกว่าการที่เห็นคนที่เราแคร์เจ็บปวด…จากการที่อยู่ใกล้ชิดตัวเราเอง…

สำหรับเม่นแล้ว…ทางไหน…ถึงจะเป็นทางออกที่แท้จริงนะ…

กันยายน 3, 2008 แสดงความเห็นโดย korntania | Creativity | | No Comments Yet